---
title: "เลเวอเรจ (Leverage) คืออะไร"
url: "https://www.forexinthai.com/386/"
type: "post"
author: "ForexInThai"
published: "2016-03-07T05:45:59+07:00"
modified: "2024-07-22T14:30:50+07:00"
excerpt: "ในการเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ในตลาด Forex นั้นสิ่งหนึ่งที่เราจะต้องเลือก นั้นก็คือ leverage แต่หลายคนก็ยังไม่รู้จัก leverage คืออะไร ควรจะเลือกเท่าไหร่ดี ในบทความนี้ เรามาทำความรู้จักและทำความเข้าใจกันค…"
categories:
  - "เนื้อหาสำหรับผู้เริ่มต้น"
tags:
  - "Leverage Lot Margin"
  - "ผู้เริ่มต้น"
  - "พื้นฐาน"
---

# เลเวอเรจ (Leverage) คืออะไร

ในการเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ในตลาด Forex นั้นสิ่งหนึ่งที่เราจะต้องเลือก นั้นก็คือ leverage แต่หลายคนก็ยังไม่รู้จัก leverage คืออะไร ควรจะเลือกเท่าไหร่ดี ในบทความนี้ เรามาทำความรู้จักและทำความเข้าใจกันครับ

[![ตัวอย่างการเลือก เลเวอเรจ 1ต่อ100](https://www.forexinthai.com/wp-content/uploads/2016/03/ตัวอย่างการเลือก-เลเวอเรจ-1ต่อ100.jpg)](https://www.forexinthai.com/wp-content/uploads/2016/03/ตัวอย่างการเลือก-เลเวอเรจ-1ต่อ100.jpg)เลเวอเรจ (Leverage) คือ หนึ่งในเครื่องมือ ที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการลงทุน ช่วยให้สามารถซื้อสินทรัพย์ในปริมาณที่สูงขึ้นได้มากกว่าจำนวนเงินที่มีอยู่จริง

หากไม่มี leverage คุณจะต้องใช้เงิน 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3 ล้านกว่าบาท เพื่อที่จะเปิดออเดอร์ 1 ล็อต (1 lot = 100,000 ยูนิต คือ ค่ามาตรฐาน ในบัญชีเทรด Standard ทั่วไป)

แต่ถ้าคุณเลือก leverage 1:100 หมายความว่า คุณมีทุนเพียงแค่ 1,000 ดอลลาร์คุณก็สามารถที่จะเปิดออเดอร์ 1 ล็อทได้แล้ว หรือจะแปลความหมายได้ว่า สามารถซื้อสินทรัพย์ได้ 100 เท่าของเงินทุนที่มีอยู่จริง

**Leverage เปรียบเสมือน ดาบสองคม** ถ้าใช้ถูกวิธีก็จะเป็นผลดี แต่ถ้าใช้ผิดวิธี ก็จะส่งผลเสียกับเราเอง 
Leverage ช่วยให้คุณซื้อขายได้เป็นจำนวนมาก เพื่อที่จะทำกำไรให้ได้มาก แต่ถ้าเรามองกลับกัน ถ้าเกิดการขาดทุน คุณจะขาดทุนได้มาก ได้เช่นกัน หรืออาจทำให้คุณหมดตัวภายในไม่กี่นาที

เลเวอเรจไม่ได้ทำให้คุณเป็นหนี้ เพราะคุณไม่สามารถขาดทุนเกิน Balance ที่มีอยู่ใน พอร์ต



## ควรเลือก leverage เท่าไหร่ดี ?

leverage สูง กับการเลือก leverage ต่ำ นั้นมันแตกต่างกันอย่างไร มันมีข้อดีข้อเสียต่างกันอย่างไร

**ตัวอย่าง การเลือก leverage สูง**

หากคุณมีทุนอยู่ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ คุณเลือก leverage 1 ต่อ 2,000 หมายความว่าคุณจะซื้อขายได้สูงสุดถึง 20 ล็อต การเคลื่อนที่ของราคาใน 1 ล็อต นั้น 1 ปี๊บ จะมีค่าเท่ากับ 10 ดอลลาร์สหรัฐ หมายความว่า หากคุณเทรดเต็มอัตรา 20 ล็อต 1 ปี๊บ จะมีค่าเท่ากับ 200 ดอลลาร์สหรัฐ

พอร์ตของคุณจะอยู่ได้เพียงแค่ 5 ปิ๊บ หากราคามีการเคลื่อนที่ผิด คุณจะล้างพอร์ตในทันที แต่ถ้าในมุมมองกำไร หากราคาเคลื่อนที่ถูกทาง 5 ปิ๊บ คุณก็จะได้กำไรทันที 1 เท่าหรือ 100% นั่นเอง

แต่ว่า! การเทรดแบบเต็มอัตราแบบนี้ มีความเสี่ยงมาก เพราะในตลาด Forex นั้น มันจะมีการแกว่งตัวของราคาเสมอ สมมุติว่า ราคาจะขึ้น มันไม่ได้จะขึ้นเลย ในบางครั้งมันจะมีการย่อตัวก่อน ถ้าย่อตัวเกิน 5 ปิ๊บ คุณก็จะโดนล้างพอร์ต ก่อนที่จะได้กำไร นั้นเอง



**ตัวอย่าง การเลือก leverage ต่ำ**

หากคุณมีทุนอยู่ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ คุณเลือก leverage 1 ต่อ 100 หมายความว่าคุณจะสามารถเปิดออเดอร์ได้สูงสุดก็คือ 1 ล็อต ในเมื่อคุณเปิดออเดอร์ได้สูงสุด 1 ล็อต หากวันนึงคุณตัดสินใจ Over Trade คุณก็สามารถที่จะเทรดได้สูงสุดเพียงแค่ 1 ล็อต เท่านั้น

ราคาเคลื่อนที่ 1 ปิ๊บ ก็จะเป็นจำนวนเงิน 10 ดอลลาร์สหรัฐ หมายความว่าหากคุณมีอารมณ์โอเวอร์เทรดมากเท่าไหร่ก็ตามคุณก็สามารถเทรดได้สูงสุดเพียงแค่ 1 ล็อต เทรดเต็มอัตราก็ได้แค่ 1 ล็อต พอร์ตของคุณจะสามารถทนได้สูงสุดถึง 100 ปิ๊บ เหลืออีกความหมายนึงก็คือว่าพอร์ตของคุณจะติดลบได้สูงสุด 100 ปิ๊บ หากราคาเคลื่อนที่ผิดทาง 100 ปิ๊บ คุณถึงจะโดนล้างพอร์ต แต่ถ้าถูกทาง ราคาวิ่งไป 100 ปิ๊บ คุณก็จะได้กำไร 1 เท่า หรือ 100%

## **สรุป** 

จะเห็นได้ว่า การเลือก Leverage แบบต่ำ และ แบบสูง มีทั้งข้อดีข้อเสีย 
**เลเวอเรจสูง** ดีกับนักเทรดที่สามารถควบคุมตัวเองได้ มีแผนที่จะในการแก้พอร์ต หรือมีสไตล์ การเทรดแบบ Scalping (สแกลปปิ้ง), News Trading (นิวส์ เทรดดิ้ง), Swing Trading (สวิง เทรดดิ้ง), Sniper Trader 
**เลเวอเรจต่ำ** ดีสำหรับนักเทรดมือใหม่ ช่วยให้ไม่ Overtarde หรือ นักเทรดที่มีสไตล์การเทรดแบบ Day Trading (เดย์ เทรดดิ้ง) , Swing Trading (สวิง เทรดดิ้ง) **,**Position Trading (โพซิชั่น เทรดดิ้ง)
