---
title: "เครื่องมือ วิเคราะห์เพื่อเก็งกำไร ในตลาด Forex"
url: "https://www.forexinthai.com/902/"
type: "post"
author: "ForexInThai"
published: "2016-04-05T10:29:24+07:00"
modified: "2024-03-20T15:27:26+07:00"
excerpt: "โดยปกติเครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์เพื่อการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นตลาดหุ้นหรือตลาดค่าเงิน(FOREX) ถ้าแยกออกมา แล้วสรุป จะประกอบด้วยการวิเคราะห์ใน 2 ปัจจัยหลักคือ &nbsp;การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamen…"
categories:
  - "การเทรดและวิธีใช้เครื่องมือ"
---

# เครื่องมือ วิเคราะห์เพื่อเก็งกำไร ในตลาด Forex

โดยปกติเครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์เพื่อการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นตลาดหุ้นหรือตลาดค่าเงิน(FOREX)

ถ้าแยกออกมา แล้วสรุป จะประกอบด้วยการวิเคราะห์ใน 2 ปัจจัยหลักคือ

1. การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis) ประกอบด้วย ผลการดำเนินงานของบริษัท, บัญชี, งบการเงิน, แนวโน้มความเติบโตของบริษัท
2. การวิเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิค (Technical Analysis) เป็นการติดตามความเคลื่อนไหวทางตลาด

### **1. การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน(Fundamental Analysis) ประกอบด้วย**

- การวิเคราะห์ทางด้านเศรษฐกิจ (Economic Analysis)
- การวิเคราะห์ทางด้านอุตสาหกรรม (Industry Analysis)
- การวิเคราะห์ประเภทคุณลักษณะของบริษัท (Company Analysis)

**1.1 การวิเคราะห์ทางด้านเศรษฐกิจ (Economic Analysis)** คือการวิเคราะห์และพยากรณ์แนวโน้มภาวะเศรษฐกิจในอนาคต ทั้งแนวโน้ม ระยะยาวและระยะสั้น ทั้งเศรษฐกิจของประเทศและเศรษฐกิจโลก นอกจากนั้น ยังรวมไปถึงการวิเคราะห์วัฏจักรของเศรษฐกิจ (Economic Cycle) ดัชนีชี้วัดภาวะเศรษฐกิจในด้านต่างๆ และนโยบายเศรษฐกิจของรัฐ เช่น นโยบายการเงิน นโยบายการคลัง นโยบายการค้าระหว่างประเทศ ว่าจะมีผลกระทบต่อธุรกิจที่ออกหลักทรัพย์(หุ้น) และค่าเงิน(forex) มากน้อยเพียงใด

**1.2 การวิเคราะห์ทางด้านอุตสาหกรรม (Industry Analysis)** คือการวิเคราะห์วงจรอุตสาหกรรม (Industry Life Cycle) สภาพการ แข่งขันอยู่ในระดับไหน แนวโน้มอัตราการเจริญเติบโตในอนาคตจะเป็นอย่างไร ซึ่งตรงนี้ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยในหลายๆอย่างเช่น นโยบายของรัฐบาลที่ให้การสนับสนุนหรือเป็นอุปสรรคในการดําเนินธุรกิจ โครงสร้าง การเปลี่ยนแปลงของระบบภาษีของรัฐบาล โครงสร้างของอุตสาหกรรมแต่ละประเภท ฯลฯ

**1.3 การวิเคราะห์ประเภทคุณลักษณะของบริษัท (Company Analysis)** คือการวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้องกับเชิงคุณภาพ (Qualitative Analysis) เช่น ประสบการณ์, ความน่าเชื่อถือของผู้บริหาร, บุคลากร, ขีดความสามารถในการผลิต, การบริการ, การวิจัยและพัฒนา, การบริหารและระบบสารสนเทศ ฯลฯ และการวิเคราะห์ในเชิงปริมาณ (Quantitative Analysis) เช่น งบการเงินในอดีต, งบการเงินปัจจุบัน เพื่อใช้คำนวณหาปริมาณผลกำไรในอนาคต

### 2. การวิเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิค (Technical Analysis) 

คือการวิเคราะห์หาแนวโน้มของตลาดหลักทรัพย์(หุ้น)หรือค่าเงิน(forex)ว่าดัชนีราคามันจะเคลื่อนไหวไปทิศทางไหน โดยยึดหลักสถิติจากข้อมูลอดีตมาใช้ในการคำนวณ เช่นระดับราคาหรือรูปแบบการเปลี่ยนแปลงของราคา ปริมาณการซื้อขายในท้องตลาด ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่เกี่ยวข้องกับงบทางการเงินของบริษัทโดยตรงเช่น งบดุล, งบกำไรขาดทุน, งบกระแสเงินสด ฯล สำหรับทฤษฏีแนวคิดเพื่อการวิเคราะห์ปัจจัยทางด้านเทคนิคนั้นมีอยู่มากมาย เช่น

- [ทฤษฏีดาว (Dow’s Theory)](https://www.forexinthai.com/3398/)
- [ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Averages)](https://www.forexinthai.com/1302/)
- [รูปแบบราคา (Price Pattern)](https://www.forexinthai.com/1845/)
- [แผนภูมิแท่งเทียน (Candlesticks)](https://www.forexinthai.com/1045/)
- แผนภูมิ (Point &amp; Figure)
- [ดัชนีบ่งชี้ (Indicators)](https://www.forexinthai.com/1275/)
- เครื่องมือทางเทคนิค ฯลฯ

โดยปกติในตลาดค่าเงิน(Forex) จะเน้นการวิเคราะห์ไปที่ปัจจัยทางเทคนิค ซึ่งในการวิเคราะห์นั้น จะอยู่ภายใต้สมมติฐานที่ว่า ประวัติศาสตร์มักจะซ้ำรอยเดิมเสมอ ความหมายก็คือ พฤติกรรมของนักลงทุน เมื่อเจอเหตุการณ์ลักษณะเดิม ก็จะมีแนวโน้มตอบสนองในลักษณะเดิมเช่นกัน ดังนั้นการวิเคราะห์ทางเทคนิค จึงเป็นการใช้วิชาสถิติประมวลข้อมูลในอดีต ประกอบกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อนำมาใช้คาดการณ์อนาคตนั่นเอง ส่วนวิธีการวิเคราะห์นั้น ต้องทำยังไงบ้าง ต้องใช้โปรแกรมอะไร และดูยังไง ฯลฯ จะกล่าวอีกในบทความต่อไปครับ
