⋆ วิธีหารายได้เสริมจากการเก็งกำไรค่าเงิน
Skip to main content
วิธีหารายได้เสริมจากการเก็งกำไรค่าเงิน

วิธีหารายได้เสริมจากการเก็งกำไรค่าเงิน

บทวิธีหารายได้เสริมจากการเก็งกำไรค่าเงิน เป็นเนื้อหาต่อจากบทความก่อนหน้านี้เคยพูดถึง การลงทุนในรูปแบบลักษณะ passive income คือให้เงินทำงานแทนเรา

ซึ่งรูปแบบ passive income ที่เป็นนิยมทำกัน ก็คือ 

ใน 6 ข้อที่กล่าวมานี้ เราอาจเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า การหารายได้เสริมก็ได้ ในกรณีที่บางท่านที่ ทำงานประจำอยู่ หรือไม่ได้ทำก็ตาม ในบทความนี้จะมาขอเสริมนิดหน่อย กับหัวข้อที่ว่า การลงทุนผ่านตลาด Forex (การเทรดค่าเงิน และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ) ซึ่งในหัวข้อนี้ มีดีตรงที่ทำที่บ้านก็ได้ หรือที่ไหนก็ได้ ขอแค่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ต กับคอมพิวเตอร์ หรืออาจจะเป็นมือถือสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต โน้ตบุ๊ค หรืออุปกรณ์ไอทีต่างๆ ที่มีระบบปฏิบัติการรองรับแพลตฟอร์ม MT4 หรือแพลตฟอร์มอื่นที่โบรกเกอร์มีให้บริการ หรือบางทีเราก็สามารถซื้อ-ขาย(เทรด) ผ่านแพลตฟอร์มทางเว็บไซต์เลยก็ได้ ซึ่งโบรกเกอร์ชั้นนำส่วนใหญ่มีให้บริการอยู่แล้วครับ

สำหรับรูปแบบการลงทุนมันเป็นอย่างไร?

รูปแบบการลงทุน ก็คือการเก็งกำไร ซื้อหรือขายค่าเงิน ที่เป็นคู่ ในขณะที่เรากำลังซื้อก็เท่ากับเรากำลังขายโดยปริยาย กรณีขายก็เช่นกัน ในการซื้อ-ขาย ค่าเงินจะต้องผ่านตัวกลาง นั่นก็คือ โบรกเกอร์ซึ่งเป็นนายหน้า เขาได้ค่าบริการที่เรียกว่า Spreads จากคู่สกุลเงินที่เรากำลังเทรด ซึ่งค่าสเปรดในคู่สกุลเงินหลักๆที่ซื้อขายกันนั้นน้อยมากครับ

ตัวอย่างการเทรด forex ด้วยแพลตฟอร์ม MT4

ตัวอย่างการเทรดค่าเงินผ่านแพลตฟอร์ม MT4 ของโบรคในตลาด Forex คลิกเพื่อดูภาพขยาย

 

เพื่อจะได้มองเห็นรูปแบบการลงทุนที่เป็นรูปธรรม ขอยกตัวอย่างเลยแล้วกันนะครับ

สมมุติว่านายจิ่มมี่ได้ซื้อคู่เงิน GBPUSD ไว้ที่ 10,000 ปอนด์ ในอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 1.75 (1 ปอนด์ = 1.75 ดอลล่าร์สหรัฐ) เพราะเชื่อว่าต่อไปค่าเงินปอนด์จะเเข็งค่าขึ้น  หลังจากนั้นผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นจริงๆ อยู่ที่ 1.85 (1 ปอนด์ = 1.85 ดอลล่าร์สหรัฐ) จิมมี่พอใจกับกำไรที่ได้เท่านี้ เขาจึงตัดสินใจ ขายเงินปอนด์แลกดอลล่าร์คืนในอัตราดังกล่าว (ปิดออเดอร์ Buy) ผลที่ได้คือ จิ่มมี่ได้กำไร $1000 ($18,500-$175,00) ขอให้ดูภาพด้านล่างประกอบครับ

forex-in-thai-make-money

รูปแบบการลงทุนก็จะเป็นลักษณะเช่นนี้ครับ คือเป็นการเก็งกำไรในค่าเงิน หรือผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่โบรกซัพพอร์ท ซึ่งในตลาดฟอเร็กซ์ ไม่ได้เฉพาะเจาะจงแค่ค่าเงินเท่านั้น ยังรวมไปถึงดัชนีหุ้น, โลหะมีค่า, พลังงานต่างๆ, ตราสารการลงทุน, สินค้าโภคภัณฑ์ อื่นๆ 

คู่ของสกุลเงินหลักหรือที่เรียกว่า Major Currency Pairs จะมีอยู่ 4 สกุลด้วยกันคือ

  • GBP/USD
  • EUR/USD
  • USD/CHF
  • USD/JPY

 

สกุลเงินที่อยู่ข้างหน้าจะเรียกว่า Base Currency และตัวหลังเรียกว่า Counter Currency เช่น คู่ GBP/USD ก็จะมี GBP เป็น Base Currency และ USD เป็น Counter Currency ส่วนความหมายนั้นก็ให้จำง่ายๆว่าตัว Base Currency จะมีค่าเป็น 1 เสมอ สมมติว่าราคาของคู่ GBP/USD เป็น 1.5000 ก็จะหมายความว่า 1 ปอนด์มีค่าเท่ากับ 1.5 ดอลลาร์

 

เวลาเปิดปิด ตลาด Forex 

ตลาดForex เปิดทำการซื้อ-ขาย ตลอด 24 ช.ม.ในวันจันทร์-ศุกร์ หยุดวันเสาร์-อาทิตย์ ตลาดฟอเร็กซ์เป็นแหล่งลงทุนที่ทำการซื้อ-ขาย(เทรด) ผ่านเครือข่ายสัญญาณอีเลคทรอนิคส์ (Interbank) ที่เชื่อมต่อกับทุกๆธนาคารทั่วโลก ไม่มีศูนย์กลาง หรือสำนักงานใหญ่โดยตรงเหมือนตลาดหุ้น ตลาดจัด อยู่ในประเภท OCT หรือ Over the Counter ตลาดหลักใหญ่ๆ มีอยู่ 3 แห่งคือตลาดนิวยอร์ก ตลาดลอนดอน และตลาดโตเกียวตามลำดับ ถ้าเทียบเวลา เปิด-ปิด กับบ้านเราโดยประมาณเวลาเปิด/ปิดทำการของตลาด Forex เทียบเวลาไทย คือ

  • ตลาดออสเตรเลีย (AUD) เวลา 5:00 – 13:00 น.
  • ตลาดญี่ปุ่น (JPY) เวลา 7:00 – 14:00 น.
  • ตลาดยุโรป (EUR) เวลา 13:00 – 21:00 น.
  • ตลาดสวิส (CHF) เวลา 13:00 – 21:00 น.
  • ตลาดอังกฤษ (GBP) เวลา 14:00 – 22:00 น.
  • ตลาดอเมริกา (USD) เวลา 19.00 – 3:00 น.

(ในช่วงหน้าหนาวเวลาของเมืองไทยเวลาจะเร็วขึ้นอีกประมาณ 1 ชั่วโมง)