⋆ MM forex การบริหารเงินทุน (Money Management)
Skip to main content

MM forex การบริหารเงินทุน (Money Management)

 Money Management

การบริหารเงินทุน (Money Management) ในวงการ Forex มักใช้ตัวย่อว่า MM  การเทรด Forex ให้ประสบความสำเร็จ จะต้องมีหลักการบริหารความเสี่ยงที่ดีที่ประกอบด้วย

  • การเทรดที่เป็นตัวของตัวเอง
  • การใช้ระบบเทรดที่เหมาะสม
  • วางแผนการเทรดให้ชัดเจน
  • มีการบริหารเงินทุนที่ดี
  • การเทรดอย่างมีวินัย

ซึ่งในวันนี้ เราจะมาเพิ่มละเอียดที่ว่า การบริหารหน้าตัก หรือการจัดการบริหารเงินทุนที่ดี ควรทำอย่างไร

รูปแบบหรือเทคนิควิธีการ บริหารหน้าตักของแต่ล่ะท่าน อาจจะไม่เหมือนกันซะทีเดียว ค่อนข้างจะมีหลากหลาย เพราะขึ้นอยู่กับความเสี่ยงของแต่ล่ะท่านที่รับได้ จึงขอหยิบยกมาเฉพาะบางส่วน คือการบริหารหน้าตัก(เงินทุน) ให้ปลอดภัย ไม่ให้เกิดอาการ Margin call ซึ่งมีรูปแบบคำนวณง่ายๆ ไม่ซับช้อน เพื่อท่านใดที่สนใจ ก็สามารถนำไปปรับประยุกต์ใช้ได้เช่นกันครับ

เปรียบเทียบขนาด lot กับ margin(เงินทุน)ที่ใช้ ต่อการเคลื่อนที่ 1 pip คือ

Lot sizeใช้เงิน margin กำไร/ขาดทุน pip ล่ะ
1.0  1,000$10$
0.1100$1$
0.0110$0.1$

หมายเหตุ Lot Size ในบางประเภทบัญชี มีเริ่มตั้งแต่  0.01 แล้วเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ

สมมุติเทรดคู่ EUR/USD เป็นฐานในการคำนวณ (คู่อื่นๆ การใช้เงิน Margin และอัตราการได้เสียต่อการเคลื่อนที่ 1 Pip จะแตกต่างกันนิดหน่อย)

กำหนด Leverage 1:100 การคำนวณให้ยึดที่ทศนิยม 4 จุด (บางโบรกก็จะมีทั้ง 4 และ 5 จุด)

ตัวอย่างการเทรด Forex จากทุนในพอร์ต  1,000 $ บัญชี Standard 

Money-Management-forex-in-thai

รายละเอียด

  •  ทุน 1,000 $
  • ตัดขาดทุน (stop loss)  1%
  •  ราคา ณ. จุด Long 1.0600
  •  ราคา ณ. จุดตัดขาดทุน 1.0590 (ติดลบ -10 Pip หรือ 10$)
  •  กำหนดขนาดของล็อทที่ Lot 0.1

ในตัวอย่างคือ ได้ Buy คู่เงิน EUR/USD Lot size  0.1  ถ้าหากราคาปรับตัวลดลงจาก 1.0600 มาที่ 1.0590  = ลบ 10 Pip หรือจะเสียเงินทั้งสิ้น 10$ จะเห็นว่า เงินในพอร์ตก็ยังเหลือ = 990 $ ตัดปัญหาเรื่อง Margin Call เพราะในบัญชีเงินยังมีเหลือเฟือ

สำหรับแนวทางการบริหารหน้าตักที่ดี เพื่อไม่ให้ทุนในพอร์ตเสียงเกินไปคือ 

  1. เทรดที่ความเสี่ยงน้อยที่สุดจากยอดบัญชี เช่นใช้เลเวอเรจที่ไม่สูง เปิดล็อทต่ำๆ หรือใช้ความเสี่ยงไม่เกิน 2- 5 % ของทุน
  2. บวก/ลบ/คูณ/หาร หรือคำนวณ กำไร/ขาดทุนก่อนเข้าออเดอร์เสมอ
  3. ใช้เทคนิคการตั้งค่าจุดขาดทุน (stop loss) ที่เหมาะสม
  4. ดูพฤติกรรมของตลาด เเล้วเข้าออเดอร์ อย่างมีเหตุผล
  5. ประเมินผล MM (Money Management) ที่เราใช้ได้ผลมากน้อยแค่ไหน